การเดินทางของ ไวกิ้ง ในบอลโลก
หลังจากห่างหายจากเวทีฟุตบอลโลกไปนานถึง 28 ปี ทีมชาตินอร์เวย์ กลับสู่ ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ด้วยสำเร็จแบบไร้พ่าย (ชนะ 8 นัดรวด) โดย เออร์ลิง ฮาลันด์ ระเบิดฟอร์มทำไปถึง 16 ประตูในรอบคัดเลือก
การกลับมาหนนี้ คำถามสำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองคือ ฮาลันด์ และ พลพรรคไวกิ้ง จะไปได้ไกลแค่ไหนในทัวร์นาเมนต์นี้?”
นอร์เวย์ ที่นำทัพโดนย เออร์ลิง ฮาลันด์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด อยู่ในกลุ่ม Iร่วมกับทีมแกร่งจากทั่วโลกอย่าง ฝรั่งเศส ยักษ์ใหญ่จากยุโรป อดีตแชมป์โลก 2 สมัย และหนึ่งในเต็งหนึ่งของรายการ เซเนกัล ยอดทีมจากแอฟริกาที่มีความแข็งแกร่งและผู้เล่นค้าแข้งในลีกยุโรปมากมาย และ อิรัก ตัวแทนจากเอเชียที่มีความเหนียวแน่นและประมาทไม่ได้
เกมรุกระดับโลก จุดแข็งไวกิ้งต่อกรคู่แข่งร่วมกลุ่ม
สิ่งที่ทำให้ นอร์เวย์ ชุดนี้มีความน่ากลัวนั่นคือ การมีแนวรุกชั้นยอดระดับโลก การมี เออร์ลิง ฮาลันด์ อยู่ในทีมทำให้ นอร์เวย์ มี “ไพ่ตาย” ที่พร้อมจะเปลี่ยนเกมได้ในเสี้ยววินาที สถิติการถล่มประตูที่น่ากลัวทั้งในระดับสโมสรกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และในรอบคัดเลือกกับทีมชาติ พิสูจน์แล้วว่าไม่มีแนวรับไหนในโลกที่สามารถปล่อยให้เขาคลาดสายตาได้ นอกจากนี้ยังมี อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ และดาวรุ่งความเร็วสูงอย่าง อันโตนิโอ นูซ่า ที่พร้อมสนับสนุน
นอกจากนีพวกเขายังมีมันสมองจาก มาร์ติน โอเดการ์ด มิดฟิลด์ที่เพิ่งมีส่วนสำคัญช่วย อาร์เซนอล ยุติการรอคอยแชมป์ พรีเมียร์ลีก 22 ปี หาก ฮาลันด์ คือเพชฌฆาต โอเดการ์ด ก็คือวิศวกรผู้สร้างสรรค์เกม การขับเคลื่อนเกมแดนกลางและการจ่ายบอลทะลุช่องที่เฉียบคมของกัปตันทีม อาร์เซนอล รายนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกแนวรับคู่แข่งใน ฟุตบอลโลก
เกมรับที่ยังน่าห่วง
อย่างไรก็ดีเกมรับของ นอร์เวย์ ยังเป็นเครื่องหมายคำถามของการลุย บอลโลก หนนี้ แม้ว่าเกมนัดสำคัญในรอบคัดเลือกพวกเขาจะยัน อิตาลี ได้ดี (ชนะ 3-0 และ 4-1) แต่โดยรวมแล้ว แนวรับของ นอร์เวย์ ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง หากต้องเจอกับแนวรับระดับพระกาฬอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ หรือแนวรุกความเร็วสูงของ เซเนกัล ความนิ่งของเซนเตอร์แบ็กอย่าง เลโอ ออสติการ์ด และผู้รักษาประตูจะเป็นตัวตัดสิน

ขณะเดียวกันการพึ่งพาผู้เล่นคีย์แมนมากเกินไปอาจส่งผลร้ายต่อทีมในการยืนระยะทัวร์นาเมนต์นี้…
หาก ฮาลันด์ หรือ โอเดการ์ด ถูกปิดตาย หรือโชคร้ายมีอาการบาดเจ็บ ศักยภาพของ นอร์เวย์ จะลดลงไปเกินครึ่งทันที ต่างจากทีมใหญ่อย่างฝรั่งเศสที่มีขุมกำลังทดแทนกันได้ทุกตำแหน่ง
นอร์เวย์ จะไปได้ไกลแค่ไหน?
ด้วยระบบการแข่งขัน บอลโลก 2026 รูปแบบใหม่ที่มี 48 ทีม ทำให้มี รอบ 32 ทีมสุดท้าย เพิ่มเข้ามา โดยทีมอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่ม รวมถึงอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีมจะได้เข้ารอบ
โอกาสผ่านรอบแรก (80%): นอร์เวย์ เหนือกว่า อิรัก และมีศักยภาพพอที่จะเบียดแย่งแต้มกับ เซเนกัล การันตีการผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายค่อนข้างแน่ ไม่ว่าจะในฐานะอันดับสองหรืออันดับสามที่ดีที่สุด
การเดินทางในรอบน็อคเอาต์จะขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาไขว้ไปเจอกับใคร หากจบอันดับสองของกลุ่มแล้วเจอกับทีมระดับกลาง นอร์เวย์ มีสิทธิ์ทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ แต่หากต้องเจอระดับ บราซิล, อาร์เจนติน่า หรือ อังกฤษ ตั้งแต่เนิ่นๆ ประสบการณ์ที่น้อยกว่าในเวทีใหญ่ก็อาจจะทำให้พวกเขาต้องจอดป้ายในรอบ 32 หรือ 16 ทีม
ฟุตบอลโลก 2026 คือเวทีแจ้งเกิดในนามทีมชาติของ เออร์ลิง ฮาลันด์ อย่างแท้จริง นอร์เวย์ ชุดนี้ดีพอที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจและเป็น “ม้ามืด” ประจำทัวร์นาเมนต์ แต่อาจจะยังขาดความลึกของขุมกำลังในการเดินหน้าไปถึงรอบลึกๆ ฟุตบอลโลก อย่างรอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีม)
การเข้าถึง รอบ 16 ทีมสุดท้าย ถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมและสมเหตุสมผลที่สุดสำหรับ ทัพไวกิ้ง ในเวลานี้…
และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด SBOTOP และ ฟุตบอลโลก 2026 ทีเด็ดเดิมพัน รวมไปถึง ฟุตบอลโลก 2026 ผลการแข่งขัน สามารถติดตามข่าวได้ที่นี่
●●●
เข้าชมบล็อคของเราเพื่อดูข้อมูลต่างๆ และค่าอ๊อดส์ที่หลากหลายของฟุตบอล
อัพเดทข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับกีฬาและการเดิมพัน




